Single Blog Title

This is a single blog caption
23
Feb

停止侵犯泰国佛教徒人权请愿书

停止侵犯泰国佛教徒人权请愿书

停止侵犯泰国佛教徒人权请愿书

尊贵的先生,

我等谨代表泰国和世界各地的佛教徒请愿,针对泰国军权政府今年频频侵犯佛教徒人权的事件,请人权组织介入援助。

泰国军权政府于2017年2月15日,适逢佛教吉祥节日万佛节之后3天,下令派遣几千名军警,以逮捕一位涉嫌钱务问题的法师为由,突袭法身寺。

虽然在过去一年里,媒体不断的以相同的指控反复指责泰国最大的寺院– 法身寺,有关当局不但找不出任何有结论性的根据锁定法身寺的住持法胜法师的罪名,而且还不停的否定反贪污局所发表的调查报告明确表示法胜法师并没有牵涉任何形式的洗黑钱活动。

其实法胜法师只是如常的在寺院里,于成千上万的信众前接受善款,根本无法知道该名施主如何得到手上的那一笔善款。对此,院方也清楚的呈现了整个接受善款和运用善款于建设寺院工程的程序,完全没有任何舞弊之处。

于2月19日,军权政府严本加利的加派军警人员围攻寺院,严禁院方大约4千位比丘和沙弥以及工作人员进出。就连经常到寺院里参与参拜,禅修和诵经活动的善信也于2月15日开始被拒于门外,不让他们进入亲身兴建的寺院。

此做法不但浪费缴税者的血汗钱,也尽显军权政府侵犯人权的阴谋。成立了47年的法身寺,在泰国和世界各地拥有超过50万人的善信,却成了某些有意图要推翻泰国佛教的组织所陷害的目标。这些组织收买各种社交媒体网络,以不道德的手段诋毁寺院年迈73高龄的住持,令大众以罪犯的角度歧视此位德高望重,获得无数国际佛教组织颁发和平奖项的僧人。

从星期三晚上(2月15日)开始,为数不少,从外头赶回来的比丘们都不能进入寺院;原本是比丘们家园的寺院却不得其门而入,反而要在路边挂单。此围攻事件也打断了数百位年幼沙弥们正在准备参与一年一度佛法巴利语会考的计划,沙弥们的父母也被拒于寺院门外,不允许探访。

军警官员们也封锁了寺院内几栋重要建筑的大门,严重干扰寺内数以万计人口的生活。军权政府在遵守人权所表现的不公,让院方不能释怀或相信法胜法师会得到应有的尊重,更何况是公正对待。

因此,我等诚心向您请愿,能够在以下各方面得到援助:

1. 公然宣布您否定泰国军权政府侵犯佛教徒人权的作为。

2. 为院方讨个公道,要求军人政府撤退军警,不要以严戒法围攻寺院。

3. 从人权角度逼使军权政府停止追捕和威胁法胜法师以及寺院里的僧团和善信们,这是他们的家园,他们完全拥有进出的自由,有权利进行各项宗教活动。

 

您的鼎力支持不但能够帮忙法身寺的住持,僧众和善信;更是救援泰国的僧伽组织,僧伽正在受到军权政府以新定的不利宪法迫害,方便政府变卖寺院产物牟利,为难比丘们平安的执行法务。

在过去的13年里,唯有法身寺挺身救济身处泰南四府动乱中的323 所佛教寺院;如果法身寺被推翻了,这些寺院也会受到严重的影响,断绝他们的食粮和僧具的唯一支援。而且,以下这些每年一度于万佛节庆典,公诸于世的美好照片就永不复现了。

亲爱的和平大使们,我们诚心请求您的援助。

我们不认同军权政府对宗教的看法,可是我们都是人类;我们和其他的宗教一样,希望得到应有的人权。我们全心捍卫泰国的佛教—我们祖宗的传承—以自己的性命抵抗反佛教的势力。

 

法身寺国际僧团和善信敬上

2017年2月19日

泰国巴吞他尼府

 

Plea for help to stop the ongoing human rights violations against Buddhists in Thailand

Dear Sirs,

On behalf of the community of monks and lay Buddhists in Thailand and around the world, we are writing to request for your kind help to protect the human rights of Buddhists in Thailand which are being violated by the military government.

On Wednesday 15 February 2017 – just three days after the holy Makha Bucha Day – the military government ordered several thousands of police officers to raid the Dhammakaya Temple to catch one monk whom they accused of money-laundering involvement.

The accusation has been repeatedly made through the local media for over a year. Yet, no conclusive evidence has been found against Ven. Dhammajayo, the abbot of the Dhammakaya Temple, the largest temple in Thailand. On top of that, there are refuting investigative reports from the state’s anti-corruption agency confirming that there was no money-laundering of any kind.

The accused – Ven. Dhammajayo – was not merely accepting a donation from the public and in the presence of thousands of people. There was no way he could have known how a supporter obtained his money. Besides, there was a clearly verified trail of where the money in question came and went into the completed construction of a building in the temple.

Using its sweeping power, the junta today (19 Feb.) ordered more police forces to siege the temple, preventing over 4,000 monks and novices as well as thousands of temple staff from going in and out. Since 15 February, lay Buddhists who normally come to meditate and chant at the Dhammakaya Temple have not been allowed to enter the temple that they helped build.

Not only this is a waste of taxpayers’ money, it is clearly a human rights violation. With over half a million disciples in Thailand and overseas, this 47-year-old Buddhist temple has been a target of some groups seeking to overthrow Buddhism. These groups have been trying to make the 73-year-old abbot, who is the recipient of many international peace prize and Buddhist awards, appear like a criminal using a network of hired social media teams and attention-grabbing events.

Since Wednesday’s night, several resident monks who returned from other places were unable to enter the temple. The temple is their home; yet, they were forced to sleep on the side of a road. The lives of many young novices who are preparing for an upcoming Pali examination are being disrupted by the unnecessary raid. And, parents of these novices cannot visit their children because they are not allowed to enter the temple’s compound.

Officials locked all gates and banned entry into several buildings within the temple. In short, tens of thousands of lives are being disrupted. Given the junta’s appalling track record of human rights and justice, there is no reason for us to believe that Ven. Dhammajayo will be treated with respect – let alone to be tried justly.

Therefore, we’d like to request for your kind support in the forms of:

1) Publicly voicing your concern about the junta’s power abuses and human rights violations against Buddhists in Thailand;

2) Demanding that the junta withdraw all the police and military officers from the Dhammakaya Temple, and

3) Demanding that the junta stop chasing and threatening Ven. Dhammajayo as well as the Dhammakaya Temple’s monk and lay disciples. As free people, they have the right to come in and out of the temple as they please. They have the right to conduct religious activities with the temple.

With your support, you are not just helping the abbot, the monks and the lay disciples of the Dhammakaya Temple. You are also rescuing the entire Sangkha community which is being bombarded with new rules and laws passed by the junta that make it easy for Buddhist temples to become properties for sale and difficult for monks to do their jobs and live peacefully.

If we are no longer around, the 323 Buddhist temples and schools in Thailand’s four restive southern provinces won’t be able to survive. The Dhammakaya Temple is the only organization that delivers dried food donations to them every month for 13 years. And, the below picture which the world sees on every Makha Bucha Day here will no longer be there.

Peace lovers. Please help us.

We may not share the junta’s belief on religious matters but are human beings. Like members of other religions, we Buddhists are all entitled to human rights. We are prepared to protect Thailand’s Buddhism – our ancestors’ legacy – against anti-Buddhist forces with our lives.

 

Yours respectfully.

The international community of monk and lay disciples of Ven. Dhammajayo and  the Dhammakaya Temple

19 February 2017

Pathum Thani province, Thailand

********************

คำขอร้องเพื่อให้ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีอย่างต่อเนื่องต่อศาสนาพุทธในประเทศไทย

เรียนท่านที่เคารพ

ในนามของคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในประเทศไทยและทั่วโลก เราเขียนมาเพื่อขอความเมตตาจากท่านในการช่วยปกป้องสิทธิมนุษยชนของชาวพุทธในประเทศไทยที่กำลังถูกละเมิดโดยรัฐบาลทหาร

เมื่อวันพุทธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2017 เพียงแค่สามวันหลังจากวันมาฆบูชา รัฐบาลทหารได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นวัดพระธรรมกายเพื่อจับพระภิกษุที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการฟอกเงิน

ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาซ้ำๆ ผ่านสื่อท้องถิ่นมานานกว่าหนึ่งปี โดยที่ไม่มีหลักฐานยืนยันการกระทำความผิดของพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายซึ่งเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกเหนือจากนั้นยังมีผลการสอบสวนว่าไม่มีความอยู่ผิดจริงจากหน่วยงานต้านการทุจริตของรัฐที่ ยืนยันว่าไม่มีการฟอกเงินใดๆ ทั้งสิ้น

พระธัมมชโย ผู้ถูกกล่าวหา เป็นเพียงแค่ผู้รับบริจาคจากประชาชนในที่ที่มีผู้คนนับพัน ซึ่งไม่มีทางที่ท่านจะรู้ว่าผู้บริจาคนั้นได้เงินมาอย่างไร นอกจากนี้ยังมีเส้นทางการยืนยันที่ชัดเจนถึงเงินที่ตกเป็นคำถามอยู่นี้ว่ามีที่มาอย่างไรและได้ใช้ไปกับสิ่งก่อสร้างภายในวัด

การใช้อำนาจเบ็ดเสร็จของรัฐบาลทหารในวันนี้ (19 ก.พ.) ที่สั่งให้เพิ่มกองกำลังตำรวจเพื่อมาปิดล้อมวัดและกันไม่ให้พระและเณรกว่า 4,000 รูป รวมทั้งเจ้าหน้าที่กว่าพันคนเข้าออกวัด ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พุทธศาสนิกชนที่มาวัดตามปกติเพื่อนั่งสมาธิและสวดมนต์ที่วัดพระธรรมกายก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในวัดที่ตนเองได้ร่วมสร้างขึ้นมา

นี่ไม่ใช่แค่เปลืองงบประมาณภาษีของประชาชนแต่ยังเห็นได้ชัดว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เนื่องจากวัดมีลูกศิษย์ว่าครึ่งล้านทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เป็นวัดพุทธที่มีอายุกว่า 47 ปีจึงตกเป็นเป้าหมายของคนบางกลุ่มที่กำลังหาหนทางที่จะโค่นล้มพระพุทธศาสนา กลุ่มคนเหล่านี้พยายามที่จะทำให้เจ้าอาวาสอายุ 73 ปี ผู้ที่ได้รับรางวัลสันติภาพระหว่างประเทศและรางวัลชาวพุทธมากมาย ดูคล้ายเป็นอาชญากรด้วยการใช้เครือข่ายทีมสื่อที่ว่าจ้างและการใช้เหตุการณ์ต่างๆ เพื่อดึงดูดความสนใจ

ตั้งแต่คืนวันพุธ มีพระสงฆ์หลายรูปที่กลับมาจากที่สถานที่ต่างๆ ไม่สามารถเข้าวัดได้ วัดเป็นที่อยู่อาศัยของท่านแต่ท่านกลับถูกบังคับให้นอนริมถนน ชีวิตของเหล่าสามเณรน้อยที่กำลังเตรียมความพร้อมในการสอบบาลีเร็วๆ นี้ ต้องถูกรบกวนโดยการโจมตีบุกค้นวัดอย่างไร้เหตุผล และพ่อแม่ของสามเณรเหล่านี้ก็ไม่สามารถมาเยี่ยมลูกเณรเพราะไม่ได้รับอนุญาติให้เข้ามาในเขตวัด

เจ้าหน้าที่ได้ล๊อคทุกๆ ประตูและห้ามไม่ให้เข้าไปในอาคารหลายแห่งภายในวัด กว่าหมื่นชีวิตที่ได้รับผลกระทบนี้ แสดงให้เห็นถึงผลงานอันน่าใจหายด้านสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรมของรัฐบาลทหาร พวกเราจึงไม่เชื่อว่าหลวงพ่อธัมมชโยจะได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพ ยังไม่พูดถึงเรื่องความยุติธรรม

ดังนั้นเราจึงต้องการขอความเมตตาช่วยเหลือจากท่านในเรื่อง

1) เผยแพร่ต่อสาธรณชนเกี่ยวกับความกังวลในเรื่องอำนาจของรัฐบาลทหารที่ละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนต่อชาวพุทธในประเทศไทย

2) เรียกร้องให้รัฐบาลทหารถอนกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารออกจากวัดพระธรรมกาย และ

3) เรียกร้องให้รัฐบาลทหารหยุดไล่ล่าและข่มขู่หลวงพ่อธัมมชโยรวมถึงพระและลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ในฐานะของประชาชนทั่วไปพวกเขามีสิทธิ์เข้าออกวัดตามที่เขาต้องการ และมีสิทธิ์ที่จะประกอบศาสนกิจกับทางวัดได้

ในการสนับสนุนของท่าน ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเจ้าอาวาส พระสงฆ์และลูกศิษย์วัดพระธรรมกายเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยคณะสงฆ์ซึ่งกำลังถูกโจมตีด้วยกฎหมายและระเบียบใหม่ที่กำหนดขึ้นโดยรัฐบาลทหารซึ่งทำให้วัดพุทธต่างๆ กลายเป็นสมบัติเพื่อค้าขาย ทำให้พระสงฆ์ได้รับความลำบากในการทำกิจของสงฆ์และอยู่อย่างเป็นสุข

หากไม่มีเราอยู่ วัดพุทธทั้ง 323 แห่งและโรงเรียนในสี่จังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทยก็จะไม่สามารถอยู่ได้ วัดพระธรรมกายเป็นองค์กรเดียวเท่านั้นที่ส่งเสบียงอาหารแห้งและเงินช่วยเหลือให้ทุกเดือนตลอดระยะเวลา 13 ปี และภาพด้านล่างนี้ที่ชาวโลกได้เห็นในทุกๆ วันมาฆบูชาก็จะไม่มีให้เห็นอีกต่อไป

ท่านผู้รักสันติภาพ ได้โปรดช่วยเรา

เราอาจจะไม่มีความเชื่อเกี่ยวกับศาสนาเรื่องเดียวกันกับรัฐบาลทหารแต่พวกเราก็เป็นมนุษย์ เฉกเช่นเดียวกับสมาชิกของศาสนาอื่นที่เราชาวพุทธทุกคนก็มีสิทธิในสิทธิมนุษยชน เราพร้อมที่จะปกป้องพระพุทธศาสนาในประเทศไทย ซึ่งเป็นมกดกของบรรพบุรุษของเรา ต่อกลุ่มต่อต้านชาวพุทธด้วยชีวิต

 

ขอแสดงความเคารพ

 

คณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์นานาชาติ ของหลวงพ่อธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย

19 กุมภาพันธ์ 2017

จังหวัดปทุมธานี ประเทศไทย

写留言